Sat. Dec 4th, 2021

บาสเกตบอล ( Basketball )

เป็นกีฬาประจำชาติอเมริกัน ถูกคิดขึ้น เพื่ออยากได้

ช่วยเหลือบรรดาสมาชิก Y.M.C.A. ได้เล่นกีฬาในช่วงฤดูหนาว เนื่องด้วยในฤดูหนาว

ภาวะพื้นภูมิประเทศโดยปกติ ถูกหิมะปกคลุมอันเป็นปัญหาต่อการเล่นกีฬาที่เล่นกลางแจ้ง

ได้แก่ อเมริกันบอล เบสบอล คณะกรรมการสโมสร Y.M.C.A. ได้อุตสาหะหาแนวทาง

ปรับแต่งให้บรรดาสมาชิกทั้งหลายแหล่ได้เล่นกีฬาในฤดูหนาวโดยไม่มีขึ้นความเหนื่อยหน่าย
ในปี คริสต์ศักราช1891 Dr.James A.Naismith อาจารย์สอนวิชาพลศึกษาของ

The International Y.M.C.A. Training School อยู่ที่เมือง Springfield เมือง

Massachusetts ได้รับมอบหมายจาก Dr.Gulick ให้เป็นคนคิดค้นการเล่นกีฬาในร่มที่

สมควรที่จะใช้เล่นในฤดูหนาว

Dr.James ได้บากบั่นสร้างสรรค์ดัดแปลงแก้ไขการเล่น

กีฬาอเมริกันบอลรวมทั้งเบสบอลเข้าด้วยกันและก็ให้มีการเล่นที่เป็นกลุ่มในหนแรก Dr.James

ได้ใช้ลูกฟุตบอลแล้วก็กระเช้าเป็นวัสดุอุปกรณ์สำหรับให้นักกีฬาเล่น เขาได้นำกระเช้าลูกพีช

ไปห้อยไว้ที่ผนังของห้องวิชาพลศึกษา แล้วให้ผู้เล่นมานะโยนบอลลงในกระเช้านั้นให้ได้

โดยใช้เนื้อที่สนามสำหรับเล่นให้มีขนาดเล็กลงแบ่งผู้เล่นออกเป็นข้างละ คน ผลของการ

ทดสอบคราวแรกผู้เล่นได้รับความสนุกสนานร่าเริงตื่นเต้น แม้กระนั้นขาดความเป็นระเบียบ

เรียบร้อย มีการชนกัน ผลักกัน เตะกัน อันเป็นการเล่นที่ร้ายแรงสำหรับในการทดสอบนั้น

ถัดมา Dr.James

ได้ตัดการเล่นที่ร้ายแรงออกไป รวมทั้งได้กระทำวางข้อตกลงห้ามผู้เล่น

เข้าปะทะจับต้องเนื้อตัวกัน ถือว่าเป็นหลักพื้นฐานของการเล่นบาสเกตบอล Dr.James

ก็เลยได้วางข้อตกลงการเล่นบาสเกตบอลไว้เป็นหลักใหญ่ๆ4 ข้อ ร่วมกัน เป็น

1. ผู้เล่นที่ถือครองลูกฟุตบอลอยู่นั้นจำเป็นต้องหยุดคงที่ห้ามเขยื้อนไปไหน

2. ประตูควรต้องอยู่เหนือหัวของผู้เล่น และก็อยู่ขนานกับพื้น

3. ผู้เล่นสามารถถือครองบอลไว้นานเท่าไรก็ได้ โดยคู่ปรับไม่บางทีอาจเข้าไปถูกเพศผู้เล่นที่ครองบอลได้

4. ห้ามการเล่นที่ร้ายแรงต่างๆโดยเด็ดขาด ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายจำเป็นจะต้องไม่กระทบกระแทกกัน

เมื่อได้วางข้อตกลงการเล่นขึ้นมา

และจากนั้นก็ได้นำไปทดสอบ รวมทั้งอุตสาหะแก้ไข

แก้ไขกฎระเบียบดียิ่งขึ้น เขาได้พากเพียรลดปริมาณผู้เล่นลงเพื่อเลี่ยงการเผชิญหน้ากัน

กระทั่งท้ายที่สุดก็ได้ระบุเพศผู้เล่นไว้ข้างละ คน ซึ่งเป็นปริมาณที่ยอดเยี่ยมกับขนาดพื้น

ที่สนาม Dr.James ได้ทดสอบการเล่นหลายทีหลายหน และก็ความก้าวหน้าเล่นบ่อยมา

กระทั่งเขาได้เขียนข้อตกลงการเล่นไว้เป็นปริมาณ 13 ข้อ ร่วมกัน และก็ฯลฯฉบับการเล่นที่

ยังคงปรากฏอยู่บนบอร์ดเกียรติในสถานที่เรียนวิชาพลศึกษาในSpringfield อยู่จนตราบเท่าทุกๆวันนี้

กติกา 13 ข้อ ของ Dr.James มีดังนี้

1. ผู้เล่นห้ามถือลูกบอลแล้ววิ่ง

2. ผู้เล่นจะส่งบอลไปทิศทางใดก็ได้ โดยใช้มือเดียวหรือสองมือก็ได้

3. ผู้เล่นจะเลี้ยงบอลไปทิศทางใดก็ได้ โดยใช้มือเดียวหรือสองมือก็ได้

4. ผู้เล่นต้องใช้มือทั้งสองเข้าครอบครองบอล ห้ามใช้ร่างกายช่วยในการครอบครองบอล

5. ในการเล่นจะใช้ไหล่กระแทก หรือใช้มือดึง ผลัก ตี หรือทำการใดๆให้ฝ่ายตรงข้ามล้มลง

ไม่ได้ ถ้าผู้เล่นฝ่าฝืนถือเป็นการฟาวล์ 1 ครั้ง ถ้า ฟาวล์ 2 ครั้ง หมดสิทธิ์เล่น จนกว่าฝ่ายหนึ่ง

ฝ่ายใดทำประตูกันได้จึงจะกลับมาเล่นได้อีก ถ้าเกิดการบาดเจ็บระหว่างการแข่งขัน จะไม่มี

การเปลี่ยนตัวผู้เล่น

6. ห้ามใช้ขาหรือเท้าแตะลูก ถือเป็นการฟาวล์ 1 ครั้ง

7. ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดทำฟาวล์ติดต่อกัน 3 ครั้ง ให้อีกฝ่ายหนึ่งได้ประตู

8. ประตูที่ทำได้หรือนับว่าได้ประตูนั้น ต้องเป็นการโยนบอลให้ลงตะกร้า ฝ่ายป้องกันจะไปยุ่ง

เกี่ยวกับประตูไม่ได้เด็ดขาด

9. เมื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดทำลูกบอลออกนอกสนาม ให้อีกฝ่ายหนึ่งส่งลูกเข้ามาจากขอบสนาม

ภายใน 5 วินาที ถ้าเกิน 5 วินาที ให้เปลี่ยนส่ง และถ้าผู้เล่นฝ่ายใดพยายามถ่วงเวลาอยู่เสมอให้

ปรับเป็นฟาวล์

10. ผู้ตัดสินมีหน้าที่ตัดสินว่าผู้เล่นคนใดฟาวล์ และลงโทษให้ผู้เล่นหมดสิทธิ์

11. ผู้ตัดสินมีหน้าที่ตัดสินว่าลูกใดออกนอกสนาม และฝ่ายใดเป็นฝ่ายส่งลูกเข้าเล่น และจะทำ

หน้าที่เป็นผู้รักษาเวลาบันทึกจำนวนประตูที่ทำได้ และทำหน้าที่ทั่วไปตามวิสัยของผู้ตัดสิน

12. การเล่นแบ่งออกเป็น 2 ครึ่งๆละ 20 นาที

13. ฝ่ายที่ทำประตูได้มากที่สุดเป็นผู้ชนะ ในกรณีคะแนนเท่ากันให้ต่อเวลาออกไป

และถ้าฝ่ายใด ทำประตูได้ก่อนถือว่าเป็นฝ่ายชนะ

แม้ว่ากติกาการเล่นจะกำหนดขึ้น

เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุได้เล่นเพื่อความสนุกสนานในแง่นันทนาการ

แต่กีฬานี้ก็ได้รับความนิยมจากเยาวชนอย่างรวดเร็ว ทั้งๆที่มีผู้คนเป็นจำนวนมากเห็นว่าเป็นกีฬา

สำหรับผู้อ่อนแอ และพยายามที่จะพิสูจน์ความเห็นนี้ด้วยการหาเรื่องทะเลาะวิวาทกับผู้เล่นบาสเกต

บอลก็ตาม อย่างไรก็ดี ความรู้สึกเช่นนี้ค่อยๆเริ่มจางหายไปเมื่อความรวดเร็วและความแม่นยำใน

การเล่นบาสเกตบอล ได้สร้างความประทับใจและดึงดูดความสนใจของผู้คนเพิ่มมากขึ้น และได้แพร่

กระจายไปทางตะวันออกของอเมริกาอย่างรวดเร็วและเมื่อโรงเรียนต่างๆได้ตระหนักถึงความสำคัญ

ของกีฬาชนิดนี้ จึงพากันนิยมเล่นไปทั่วประเทศ

ก่อนปี ค.ศ. 1915 แม้ว่าบาสเกตบอลจะเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางเป็นอย่างมากก็ตาม

แต่ก็จำกัดเป็นเพียงการเล่นเพื่อออกกำลังกายในห้องพลศึกษาเท่านั้น ไม่มีองค์กรใดรับผิดชอบจัดการ

เล่นเป็นกิจลักษณะ ยกเว้นองค์กรบาสเกตบอลอาชีพที่เกิดขึ้นเพียง 2-3 องค์กรแล้วก็เลิกล้มไป

ฉะนั้นการเล่นบาสเกตบอลในแต่ละที่แต่ละแห่งจึงต่างก็ใช้กติกาผิดแผกแตกต่างกันออกไป

ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการเจริญเติบโตและการพัฒนากีฬาบาสเกตบอลเป็นอย่างมาก

By Jacob