Mon. Sep 27th, 2021
แพทย์อัจฉริยะเรื่องฝีเท้าของแซมบ้า

หากกล่าวถึงนัก ฟุตบอล บราซิลที่เป็นอัจฉริยะ แว้บแรกพวกเราจะรำลึกถึง เปเล่, โรนัลโด้, โรมาริโอ หรือ โรนัลดินโญ่ นัก ฟุตบอล พวกนี้มีฝีเท้าที่แกล้วกล้าจนกระทั่งคนทั่วโลกสารภาพ
โน่นเป็นอัจฉริยะเรื่องฝีเท้า แม้กระนั้นถ้าหากเป็นอัจฉริยะในเรื่องมันสมองด้านอื่นๆที่นอกจากบอลแล้วล่ะก็ ไม่มีผู้ใดเกิน “โซคราเตส” ยอดเยี่ยมนัก ฟุตบอล ในสมัย 80 อีกแล้ว

โซคราเตสเป็นกัปตันกลุ่มชาติบราซิลในบอลโลก 1982 หนึ่งในกลุ่มบอลที่ยอดเยี่ยมในโลก แม้กระนั้นมิได้แชมป์
สมญานามที่คนเรียกโซครั้งเตสเป็น “แพทย์” เป็นเรื่องที่เขาฉลาดหลักแหลมก็ใช่ แต่ว่าเหตุผลหลัก เป็นด้วยเหตุว่าเขาจบการศึกษาหมอจริงๆ
ระหว่างที่เล่นบอล เขาแบ่งเวลาไปเรียนปริญญาตรี ที่แผนกแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซาเปาโลไปด้วย รวมทั้งจบอย่างสง่างาม มีวุฒิอยู่ในมือ เป็นพอเพียงเลิกเล่นบอลปั๊บ ก็เป็นแพทย์ต่อได้เลย
จะมีนักบอลสักกี่คนบนโลก ซึ่งสามารถเอาดีทั้งคู่ด้านได้พร้อมขนาดนี้?
ไม่ใช่แค่บอลกับการแพทย์ แต่ว่าโซคราเตส ยังเป็นนักประพันธ์ตัวยง เขาเป็นคอลัมนิสต์ให้สื่อบราซิลหลายหัว แม้กระทั้งหนังสือเป็นเล่มๆก็เคยเขียนมาแล้ว
ทั้งหมดทั้งปวงนี้ว่าน่าตลึงแล้ว แต่ว่าสิ่งที่ทำให้เขาเปลี่ยนเป็นสุดที่รักของคนบราซิลสูงที่สุด โน่นเป็นเจ้าตัวเป็นนักกีฬาเพียงแค่ไม่กี่คน ที่ทำให้ประชากรได้เห็นค่าของระบบประชาธิปไตย และก็รอตอกย้ำซ้ำเติมว่าระบบเผด็จการทหาร มันไม่มีอะไรดีเลยสักสิ่งเดียว

โซคราวเตส กำเนิดที่เมืองเบเลมในปี 1954 ก่อนที่จะย้ายมาอยู่เซาเปาโลตั้งแต่เล็กๆ
ป๋าของโซครั้งเตส ชื่อไรมุนโด้ เขาเป็นคนชอบอ่านหนังสือ ถูกใจเก็บสะสมหนังสือ กระทั่งเปิดห้องหนังสือเล็กๆของตนเองขึ้นมาในชุมชน แล้วก็เปิดบริการให้ คนภายในหมู่บ้านมาหาวิชาความรู้เหมาะหอสมุดของตน
ในห้องหนังสือของไรมุนโด้ เต็มไปด้วยหนังสือปรัชญา หนังสือการบ้านการเมือง ตัวโซคราวเตสเองก็ดูดซับนิสัยรักการอ่านมาจากป๊ะป๋านี่ล่ะ
31 เดือนมีนาคม 1964 โซครั้งเตสอายุ 10 ขวบ ที่บราซิลเกิดเหตุรัฐประหาร ทัพบกบราซิล ยึดอำนาจจากรัฐบาลได้เสร็จ สิ่งที่โซครั้งเตสไม่รู้เรื่องเป็นอย่างมากเป็น เพราะอะไรทหารยึดอำนาจได้แล้ว ป๋าของเขาถึงจำต้องทำลายหนังสือในห้องหนังสือของตนเอง

โซคราวเตสเล่าว่า “ในปี 1964 ตอนมีการรัฐประหาร ผมมองเห็นป๋าเผาทำลายหนังสือมากมายก่ายกอง มันเกิดเรื่องที่ประหลาดมากมาย เพราะเหตุว่าหอสมุดนี้เป็นสิ่งที่ป๋ารักเยอะที่สุด ผมก็เลยรู้สึกได้ว่า มันมีอะไรที่ผิดเพี้ยนแล้วแน่นอนแต่ว่าผมมารู้เรื่องกระจ่างแจ้งภายหลังจากตอนที่เข้ามหาวิทยาลัย”
ต้นเหตุที่บิดาจะต้องทำลายหนังสือเกี่ยวกับการบ้านการเมือง รวมทั้งปรัชญา เพราะเหตุว่าทหารไม่อยากที่จะให้คนฉลาดหลักแหลม ถ้าเกิดผู้คนทำความเข้าใจว่าโลกด้านนอกที่ใช้ระบบประชาธิปไตย เขาก้าวหน้าเพียงใด แล้วคนใดกันแน่จะเกื้อหนุนเผด็จการทหาร ฉะนั้น ทหารก็เลยจ้องมองจะเช็กบิลผู้ที่ให้ความรู้ความเข้าใจกับราษฎรอยู่แล้ว ป๊ะป๋าของโซครั้งเตส ก็เลยจะต้องตัดใจทำลายหนังสือ แม้ว่า มันเป็นสิ่งที่เขารัก

“ต่อจากนั้นเป็นต้นมาผมพอใจหัวข้อการเมืองมาตลอด ส่วนบอลมันได้เริ่มเล่นมันเพราะว่าความบังเอิญ” โซครั้งเตสกล่าว
โซครั้งเตส ตอนเด็กมองเห็นความลำเอียงในสังคมบราซิลมาตลอด คนมีอำนาจยิ่งมีสูงมากขึ้น ผู้ยากจนก็ยิ่งกระทั่งลง ความแตกต่างเกิดขึ้นเป็นอันมาก ด้วยเหตุนั้นเขาก็เลยเลือกจะเรียนหมอด้วยเหตุว่าต้องการช่วยเหลือผู้ไม่ค่อยได้รับโอกาศ เพื่อสังคมดีมากยิ่งกว่าเดิม
ระหว่างเรียนแพทย์ โซครั้งเตสมีจังหวะบังเอิญ ได้เล่นบอล แล้วไปสะดุดตาแมวมองของกลุ่มโบตาโฟหรูหรา แล้วก็ดึงตัวไปเล่นบอลอาชีพตอนอายุ 20 ปี
เอาจริงเอาจังๆการที่คุณเริ่มสตาร์ตบอลอาชีพตอน 20 นับว่าช้าเหลือเกินมากมาย เป็นเด็กๆบราซิลเข้าอะคาเดมี่กันตั้งแต่ยังไม่สิบขวบ แต่ว่าโซคราวเตสก็สามารถบานได้
โซครั้งเตสไม่ได้อยากต้องการเป็นนัก ฟุตบอล อาชีพเนื่องจากว่ารักบอล เขาสารภาพว่าตนเองเป็นพวก Anti-Athlete มิได้รักกีฬาอะไรขนาดนั้น ยังถูกใจดูดบุหรี่ 2 ซองต่อวันอยู่

แม้กระนั้นการที่เขาเลือกจะเล่นบอลเอาจริงเอาจัง ด้วยเหตุว่าเขามีความคิดเห็นว่า ถ้าหากเป็นที่ประเทศบราซิล การเป็นนักเตะ มันมีพลังมากกว่าการเป็นแพทย์เสียอีก
กล่าวอีกนัยหนึ่งหมอก็เป็นอาชีพที่ยิ่งใหญ่ แต่ว่าคุณช่วยคนได้โอกาสละคน ตรงกันข้ามกับนักเตะที่คนทั่วทั้งประเทศจะฟังคุณ มันบางทีอาจเป็นหนทางสำหรับในการเปลี่ยนสังคมได้อย่างเร็วมากมายๆก็ได้
โซคราเตส ก็เลยเริ่มเล่นบอลอย่างเอาจริงเอาจังเยอะขึ้น พร้อมด้วยเรียนที่แผนกแพทยศาสตร์ไปพร้อมเพียงกันด้วย
ในปี 1978 โซคราเตสวัย 24 ปี สั่งสมเกียรติศักดิ์นัก ฟุตบอล เยอะขึ้นเรื่อยๆและก็ได้ช่องย้ายไปอยู่กับหนึ่งกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดในประเทศโน่นเป็น วัวรินเธียนส์ ก่อนจะติดกลุ่มชาติบราซิลเป็นครั้งแรก
แล้วก็จากจุดนั้นเอง กลยุทธ์สร้างระบบประชาธิปไตยในลักษณะของเขาเองก็มาถึง
ณ เวลานั้น คนบราซิลอยู่กับระบอบเผด็จการมา 14 ปีแล้ว ผู้คนเริ่มเย็นชากับการบ้านการเมือง เนื่องจากว่าทราบดีว่าต่อต้านไปก็ทำอะไรมิได้ ทหารก็ยึดอำนาจอยู่ดี แม้กระนั้นโซครั้งเตสเพียรพยายามทำให้คนรอบกายได้มีความเห็นว่า เฮ้ย คุณเองก็มีสิทธิ์มีเสียงได้แบบเดียวกันนะ

By Jacob